เอกสารที่ต้องใช้ตอนซื้อ รถมือสอง มีอะไรบ้าง

เอกสารที่ต้องใช้ตอนซื้อรถมือสอง มีอะไรบ้าง

เนื่องจากซื้อขายรถมือสอง คือการซื้อขายสังหาริมทรัพย์รูปแบบหนึ่ง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้เอกสารในการยืนยันสิทธิความเป็นเจ้าของรถยนต์ แสดงถึงการเปลี่ยนผ่านความเป็นเจ้าของรถย่างสมบูรณ์ โดยมีเอกสารสำคัญที่ต้องใช้ในการซื้อขายรถยนต์มือสองตามรายละเอียดดังนี้

  1. เอกสารเล่มทะเบียนรถยนต์ ถือเป็นเอกสารที่มีความสำคัญมาก เพราะเป็นเอกสารที่แสดงถึงความมีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันนั้น ทะเบียนรถที่ใช้ในการพิจารณาซื้อขายรถยนต์มือสองต้องเป็นทะเบียนรถยนต์ฉบับจริง รายละเอียดในเอกสารมีความถูกต้องตรงกับข้อมูลของรถ ทั้งหมายเลขตัวถังของรถ เลขเครื่องยนต์ หรือสีของรถยนต์ รวมถึงประวัติการเสียภาษีด้วย ชื่อของผู้ครอบครองกรรมสิทธิ์ต้องตรงกับเอกสารอื่น ๆ ที่ใช้ร่วมกันในการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ด้วย เป็นการป้องกันการซื้อรถที่ถูกขโมยมาโดยผู้ซื้อไม่รู้
  2. เอกสารกรมธรรม์รถยนต์ เป็นเอกสารที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายหลังการซื้อขาย รถมือสอง เป็นอย่างมาก เพราะแม้ว่าจะเป็นเอกสารที่เจ้าของรถเดิมจะมีหรือไม่มีก็ได้ ไม่มีลักษณะของการกระทำที่ผิดกฎหมายเหมือนกับเอกสาร พ.ร.บ. แต่หากซื้อรถยนต์มือสองที่มีประกันภัยรถยนต์เดิมยังมีระยะความคุ้มครองเหลืออยู่ ผู้ซื้อต้องตกลงกับผู้ขายเพื่อดำเนินการเปลี่ยนชื่อผู้เอาประกันใหม่ ยิ่งในกรณีประกันรถยนต์มีการระบุชื่อผู้ขับ การไม่มีรายชื่อจะทำให้ผู้ซื้อไม่ได้รับความคุ้มครองแต่ และในกรณีที่รถไม่มีกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ผู้ซื้อจะได้ดำเนินการจัดหาประกันภัยรถยนต์ตามความเหมาะสมต่อไป
  3. เอกสารคำขอและรับโอนรถยนต์ เป็นเอกสารที่จัดทำขึ้นเพื่อให้หน่วยงานทางกฎหมายที่รับผิดชอบเรื่องการดูแลรถยนต์ทราบเรื่องการเปลี่ยนเจ้าของรถยนต์อย่างชัดเจน จึงเป็นแบบฟอร์มเอกสารที่ต้องขอจากกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันสามารถดาวน์โหลดผ่านเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบกได้สะดวกมากขึ้นแล้ว และผู้ซื้อกับผู้ขายรถยนต์ต้องกรอกข้อมูลรายละเอียดลงในแบบฟอร์มให้ครบถ้วน และตรงตามความเป็นจริงสอดคล้องกับรายละเอียดในเอกสารเล่มทะเบียนรถยนต์
  4. เอกสารสัญญาซื้อขาย เนื่องจากการซื้อขายรถยนต์ เป็นการซื้อขายสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีเอกสารสัญญาประกอบการดำเนินการซื้อขายรถยนต์มือสองเอาไว้เสมอด้วย รายละเอียดในสัญญาต้องครบถ้วนทั้งฝ่ายผู้ซื้อและผู้ขาย รายละเอียดของรถยนต์ที่ทำการซื้อขาย และเมื่อเซ็นลายชื่อทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว ต้องจัดทำเป็นเอกสารสำเนาอีก 2 ฉบับ เพื่อให้ผู้ซื้อและผู้ขายเก็บเป็นหลักฐานการซื้อขายเอาไว้คนละฉบับ

เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการซื้อขายรถหรูมือสอง ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายจึงต้องเตรียมเอกสารต่าง ๆ เหล่านี้ให้ดี เป็นการป้องกันการเกิดปัญหาที่จะตามมาในภายหลังได้ โดยเฉพาะการดำเนินการที่ผิดกฎหมายจนกลายเป็นคดีความตามมาภายหลังนั่นเอง

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *